It's Okay That's Love
 
.
.
จุดเริ่มต้นของการติดตามละครเรื่องนี้มาจาก เด็กหนุ่มเสื้อสีน้ำเงิน(ที่จริงต้องเรียกชายหนุ่ม เพราะอายุเกินยี่สิบปีแล้ว) ที่เป็นคนโปรดลำดับแรกในรอบสองปีค่ะ (ก่อนหน้านั้นจะเป็นสาวน้อยซอฮยอนวงโซชิค่ะ ตอนนี้ลงมาเป็นที่สองแล้ว ฮ่าๆๆ)
 
ถ้าดูจากภาพโปรโมตเพียงอย่างเดียว ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่ามันคงเป็นละคร"รักเบาสมอง" ขนาดทีเซอร์พรีวิวก่อนฉายยังโคตรน่ารักกุ๊กกิ๊ก แม้จะมีสโลแกนปล่อยออกมาว่า "ไม่ว่าจะเป็นใครก็สามารถมีอาการทางจิตเกิดขึ้นได้เสมอ"
 
ต้องขอบพระคุณความก้าวหน้าของอินเตอร์เน็ตปัจจุบันนี้ (ถึงมันจะพัฒนาล้าหลังเพื่อนบ้านมาเป็นชาติ) ที่ทำให้คนที่อยากดูละครภาษาต่างบ้านต่างเมืองอื่นได้เข้าใจภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง...เป็นไปได้
 
กราบขอบพระคุณผู้แปลจากภาษาเดิมมาเป็นภาษาอังกฤษ ภายในเวลาไม่ถึงสิบสองชั่วโมง และขอซูฮกเหล่านักแปลจากเว็บต่างๆภายในประเทศไทย ที่สามารถปล่อยไฟล์ละครพร้อมซับไทย(ที่สำนวนดีกว่าภาพยนตร์ในโรงหนังบางเรื่องเสียอีก)ได้ในอีกสิบสองชั่วโมงให้หลัง
 
...ใครที่ชอบค่อนขอดเด็กไทยว่าโง่ขึ้นเพราะติดดารานักร้อง จงมาตรองดูเถิดว่าแรงผลักดันไหนที่ทำให้ลูกหลานของเรากล้าที่จะลองทำสิ่งแปลกใหม่ขึ้นมา จงอย่าได้คาดหวังต่อแบบเรียน(ไร้สติ)ของเด็กประถมมัธยมของทุกวันนี้เลยค่ะ แค่จะให้เด็กปอสี่บอกว่าเคยเรียนอะไรมาบ้าง มันแทบจะสำรอกตัวหนังสือออกมาให้ดูแทน เคยถามว่าคุณครูไม่เดุเรื่องรายงาน(ครั้งที่ห้าสิบ ภายในเทอมเดียว)ผิดบ้างหรือ เด็กมันตอบว่า แค่มีส่งไว้บนโต๊ะคะแนนก็มาแล้ว เพราะข้างในคัดลอกมาจากอินเตอร์เน็ตที่แม้แต่เจ้าตัวเองยังไม่ได้อ่านตอนใช้พ่อแม่พี่น้องหาให้...
 
นอกเรื่องอีกแล้ว...
 
อย่างที่บอกไปแล้วว่าจะดูละครออนแอร์(ปกติดูเฉพาะที่จบลงแล้ว) เพราะน้องโดคยองซูผู้น่ารักน่าฟัดแบบสุดๆ 
 
...แต่ดูผ่านไปสี่ตอนเกิดอาการติดตาติดใจขึ้นมา...
 
 
คุณพระเอก...Jo In Sung รู้ค่ะว่าหล่อ แบบมันช่างคุณชายโดยแท้ ไม่ว่าจะดูเรื่องไหนๆเขาก็ดูดีมีสกุลรุนชาติจริงๆ แต่ฝีมือการแสดงของคุณชายโจนี่แทบจะไม่ต้องอาศัยหน้าตามาเป็นประเด็นเลยจริงๆ คือเล่นดีค่ะกับบทกุ๊กกิ๊ก เจ้าชู้ทางสายตา สับสนทางความคิดด้วยสายตา และโศกเศร้ากัดกินใจผ่านทางแววตา...ชอบมากๆเลยตอนคุณชายโจทำนัยน์ตาเลื่อนลอยเหมือนคนตกอยู่ในภวังค์
 
คุณพระเอกผู้เพียบพร้อมมีครบแทบทุกอย่าง(โคตรสไตล์ละครเกาหลีที่เข้าข้างเพศชายเป็นอย่างมาก สงสัยถ้าฝ่ายผู้หญิงรวยแล้วชุบเลี้ยงพระเอกบ้างคงดูไม่สมศักดิ์ศรี) จะขาดก็แค่เรื่องของคนใกล้ชิดอย่างคนรัก เพื่อนสนิท และครอบครัว ที่ดูจะลงตัวแต่ไม่อาจเชื่อใจ แต่จะให้โทษใครได้มันก็เป็นปมปูมหลังมาจากตัวคุณพระเอกเองทั้งนั้นที่ทำให้ความเชื่อใจระหว่างกันมันไม่แน่นแฟ้นมากพอ
 
โดยเฉพาะสมาชิกสำคัญอย่างพี่ชายคนเดียวของคุณพระเอก...ขอบอกว่าคนที่แสดงเป็นคุณพี่ขี้คุก เฮียเล่นดีมากแม้จะมีแต่ฉากโวยวายโหวกเหวกเป็นแก่นสาร แต่แววตาตอนเฮียซุกซนแอบเจ้าเล่ห์โคตรติดตา ส่วนฉากเค้นอารมณ์มันเป็นจุดขายของละครเกาหลีซึ่งคุณพี่ชายก็แสดงได้จิตดีจริงๆ 
 
...ขอบอกเลยว่าผ่านไปครึ่งเรื่อง สงสารเฮียจิตเป็นที่สุด คือเรียกร้องเพราะไม่เคยมีใครมองเห็น กร้าวร้าวเพราะอยากเข้มแข็ง ผูกใจเจ็บเพราะไม่มีอะไรให้ยึดเหนี่ยวความบอบช้ำภายในใจของตัวเองได้เลย...
 
เรื่องราวของครอบครัวพระเอกค่อนข้างซับซ้อนแต่ไม่มากมายอะไร อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเป็นซีรีย์สืบสวนคงคลายปมบ้าๆบอได้ตั้งนานนมแล้ว แถมถ้าเป็นโคนันที่โคตรบังเอิญผ่านมาอยู่ร่วมเหตุการณ์ด้วยยิ่งแล้ว ไอ้เด็กแว่นแขนขาสั้นต้องสามารถเดินสะดุดหัวทิ่มเจอหลักฐานอะไรสักอย่างได้แน่นอน
 
...แต่เพราะโลกนี้ไม่มีโคนัน ชีวิตของคุณพระเอกและเฮียจิตแถมควบพ่วงด้วยคุณแม่ตัวต้นเหตุ ก็คงไม่ได้เกิดในละครเรื่องนี้...
 
...ชีวิตของชายหนุ่มผู้มากพร้อมด้วยรูปโฉมและมันสมอง กลับมีหลุมดำมืดเป็นรูกลวงอยู่ภายในหัวใจ และทุกๆวันที่ผ่านเลยไป ยิ่งชายหนุ่มยิ้มแย้มมากแค่ไหน จุดเล็กๆรอบหลุมดำก็จะยิ่งกลืนกินเนื้อในเพื่อเติบใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ...
 
(สิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่จะไม่ทราบ...อาการทางจิตย่อมส่งผลสะท้อนออกมาทางร่างกายเมื่อเริ่มเข้าสู่ระยะรุนแรง)
 
 
 
คุณนางเอก...Gong Hyo Jin เธอเป็นดาราหญิงเพียงคนเดียวจริงๆที่ยิ่งเคลื่อนไหวก็ยิ่งมีเสน่ห์ดึงดูด บอกตรงๆว่าหน้าตาธรรมดามากๆ(ไม่ทำหน้านี่ รู็สึกดีจริง) แถมนิสัยส่วนใหญ่ของคนเกาหลีจริงๆคือ เอะอะ โวยวาย เอาแต่อารมณ์ และชอบลงไม้ลงมือ(เผลอเป็นตุ๊บ เผลอเป็นตั๊บ) คุณนางเอกก็มีสันดานนี้เต็มเปี่ยม แต่เพราะเป็นนางเอกไง เธอเลยมีมุมที่โคตรรรรรน่ารัก โคตรรรรรรรออดอ้อน โคตรรรรรฉอเราะ โอ๊ย ดูละครเรื่องนี้แล้ว รักนางเอกมาก บอกเลยมีแฟนแบบนางเอกนี้โคตรเวียนหัวแต่ไม่น่าเบื่อค่ะ คิดว่าต่อให้คบกันเป็นสิบปีก็คงนอกใจกันยาก
 
...แต่...นางเอกโดนนอกใจค่า...
 
อย่างที่บอกค่ะ ละครเรื่องนี้มันคือการรวมตัวของพวก(แอบ)มีอาการทางจิต จะจิตตก จิตสูง จิตเป๋ จิตหล่น คือมันต้องมีสักอย่างถึงจะเป็นตัวละครหลักๆของเรื่องนี้ได้
 
คุณนางเอกเป็นจิตแพทย์ที่ค่อนข้างเก่ง เพราะยืนจิกหัวนักศึกษาแพทย์ได้ตลอดทั้งเรื่อง ในเรื่องเธอจะต้องได้รับรู้ถึงอาการต่างๆนาๆของคนไข้แล้วหาทางรักษาเท่าที่คนไข้ให้ความร่วมมือ เราจะได้เห็นลักษณะของคนที่มีอาการในแบบต่างๆ (มีอาการที่หมอผีหรือหมอดูเห็นแล้ว จะฟันธงเลยว่าโดนบางสิ่งบางอย่างเข้ามารบกวน ถึงแม้คนไข้บางคนน่าจะอยู่ในข่ายของคุณริวจิตสัมผัสได้บ้างก็ตามที) และจะได้เห็นว่าบางคนก็เป็นคนปกติธรรมดาที่เช้ามาก็ไปทำงานบ้างเรียนบ้าง ตกเย็นก็กลับบ้านมาอยู่กับครอบครัวเหมือนคนปกติทั่วๆไป เพียงแต่ในบางชั่วขณะคนเหล่านี้จะเกิดอาการของโรคค่ะ ที่รู้ตัวแล้วยอมรับก็ถือว่ายังรักษาได้ แต่ก็มีที่รู้ตัวแล้วแต่ไม่อยากสูญเสียสถานภาพนั้นๆไป...เช่นพวกนิยมเด็กๆ ทรมานสัตว์ เข้าห้องถ่ายแคมเฉพาะอย่าง(อ๊ะ?)...
 
กลับมาเรื่องนอกใจ คือเรื่องของเรื่อง...คุณนางเอกไม่อาจร่วมเตียงเคียงหมอนกับผู้ชายคนไหนได้ แม้จะเป็นคนรักมาร่วมห้าปีก็ตาม อย่าว่าแต่จะรักลึกซึ้งเลย จุ๊บกันก็ยังไม่ได้ เพราะเธอมีอาการทางจิตอันสืบเนื่องมาจากคุณแม่บังเกิดเกล้า ความที่ยังเด็กและดันได้เห็นภาพบาดตาระหว่างแม่กับชายชู้เข้าเต็มๆ ทำให้กลายเป็นบาดแผลทางใจมาจนเติบใหญ่ แม้จะมีประสบการณ์มากมาย ได้พบและพูดคุยกับคนมาแล้วนับไม่ถ้วนจนปัจจุบันเธอเองก็เข้าใจถึงสาเหตุจริงๆที่แม่นอกใจพ่อที่พิการของเธอ
 
...แต่เธอก็ให้อภัยแม่ไม่ได้ เพราะความรักความสงสารที่มีให้แก่พ่อมันคอยค้ำคอเธออยู่ คุณนางเอกโกรธแม่แทนพ่อที่แสดงออกไม่ได้ ทำตัวเย็นชากับแม่เพราะไม่อยากใจอ่อนให้กับความดีและความอดทนตลอดเวลาสามสิบปีของแม่...
 
และมันก็มีผลกระทบไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นตัวพี่สาวและพี่เขย ซึ่งล้วนแล้วแต่พยายามยืนอยู่ตรงจุดกึ่งกลางระหว่างสองแม่ลูกมาตลอด แม้คนทั้งคู่เองก็มีปัญหาเป็นของตัวเองแต่ก็นิ่งเงียบไว้
 
ครอบครัวนี้ดูอบอุ่นมากกว่าครอบครัวพระเอก โต้เถียงกันแต่ก็กลับมาเจอหน้ากันได้ตลอดเวลา 
 
 
 
แต่ที่โคตรจะสำคัญจนคิดว่า คนๆนี้น่าจะเป็นพระเอกแทนดีกว่าไหม คือคุณหมอทงมิน คนที่เล่นคือ Sung Dong Il เป็นมันเสียทุกอย่างในเรื่อง ทั้งตัวปัญหา ตัวแก้ปัญหา ตัวบุ๊น ตัวบู๋ ตัวมีสมอง ตัวเจ้าอารมณ์ และเป็นคนเชื่อมโยงเรื่องราวทุกๆอย่างเข้าหากัน
 
คุณหมอมินเป็นที่พึ่งของคนทุกคนจริงๆค่ะ แม้จะมีในบางฉากที่เฮียดูหลุดๆสติไปบ้าง แต่สุดท้ายก็เป็นอาเฮียผู้กอบกู้โลก(โรคจิต)ได้อยู่ดี จะบอกว่าบทเฮียมันแทบไม่ต้องส่งอารมณ์มาก แค่เล่นเป็นคนฉลาดและดูเก่งก็พอแล้ว ซีนอารมณ์ของเพื่อนสนิทพระเอกดูจะได้อารมณ์กว่าเฮียเยอะ เพราะคุณหมอมินแกมีแต่ฉากเฮฮาบ้าบอไปกับกวางซูเยอะ (กวางซูคือตัวละครเด่นอีกคน ที่ตัวสูงๆ และอยู่ในรายการรันนิ่งแมนค่ะ)
 
แต่...อาการทางจิตของเฮีย มันหายไปตั้งแต่ตอนต้นเรื่องแล้วค่ะ คือเฮียแกรักษาตัวเองหายขาดไปแล้ว ที่ยังอยู่คือเยื่อใยกับเมียเก่าเฉยๆ
 
 
กวางซู...เล่นดีค่ะ เป็นตัวละครที่มีไว้เพื่อให้เราเห็นว่า คนที่มีอาการทางจิตนั้นสามารถอยู่ร่วมกับคนปกติธรรมดาได้เพราะเขาไม่ใช่คนบ้าขาดสติ เพียงแต่อาการนั้นๆย่อมแปรเปลี่ยนไปตามเรื่องราวที่มีเข้ามาในแต่ละชีวิตประจำวัน ความรักความเข้าใจคือสิ่งที่ช่วยรักษาอาการของเขาได้ควบคู่ไปกับการณ์เวลา
 
 
 
 
และสุดท้าย...หนุ่มน้อยของพี่...ฮันคังอู 
 
ตอนแรกสงสัยว่าทำไมต้องใช้ชื่อจริงรับงาน หรือเกิดกลัวว่าถ้ามันแย่สุดๆจะได้ไม่ต้องกระทบกับวงที่สังกัดอยู่ แถมช่วงแรกๆน้องยังโผล่ไปโผล่มาแบบนับวินาทีได้ด้วย เกิดอาการอยากร่อนจดหมายเชิญชวนเพื่อนฝูงออกมาก่อหวอดเป็นระยะๆ แม้จะทราบว่าคนเขียนบทบอกศาลาตอนจบไปนานแล้ว คืออย่าได้มีใครมาขอเปลี่ยนตอนจบนะเฟ้ย!!
 
น้องโด้ช่างน่ารัก ยิ้มทีแทบละลาย ขนาดเลือดท่วมยังโคตรน่ากอด....จริงๆ
 
บทของน้องเป็นตัวหลอกล่อของจริงค่ะ คือหลอกลวงแฟนคลับให้คาดหวัง เอ้ย ไม่ใช่ คือหลอกให้คนดูนึกสงสัยว่าไอ้เด็กอ้วนนี่มันเป็นนินจาหรือยังไง ถึงได้โผล่มาแป๊บๆก็หายไปล่ะ และสุดท้ายอีตาคนกำกับก็เพิ่มแรงกระตุ้นให้คนดูแบบไม่ปิดไม่บังตั้งแต่ตอนที่สี่
 
...น้องโด้เป็นเพื่อนในจินตนาการค่ะ...
 
แบบ...พี่อยากจิตบ้าง แต่กลัวไม่ได้เพื่อนแบบน้องโด้อ่ะ กลัวเจอท่านประยุทธ์แทน...
 
น้องมีครบทุกรูปแบบของความทารุณ ถูกซ้อม ถูกรถชน ถูกสาวเมิน ถูกโรงพยาบาลเมิน และถูกอีพระเอกเมินในบางตอน
 
น้องเล่นดีตามสภาวะค่ะ คือถ้าเป็นบทโศกสายตาจะดีมาก ถ้าเป็นบททะเล้นก็ดูโอเค จะเสียก็ตรงน้ำเสียงพูดแบบปกติดูฝืนนิดๆ แต่พอทำเสียงเครือ...เออดีวะ
 
ก็ถือว่าสอบผ่านนะคะ สำหรับบทตอนละนาทีแบบนี้
 
อยากเห็นน้องได้เล่นบทละครตลกๆใสๆที่ไม่ต้องมีนางเอกบ้าง...(ไม่อยากเห็นมันกอดคนอื่น 555)
 
.
.
 
เป็นละครที่ดูแล้วติดมากค่ะ เนื่้อเรื่องดำเนินไปแบบเรื่อยๆเปื่อยๆ สไตล์ละครรักๆของเกาหลี คือเริ่มเปิดใจ ทำความรู้จัก แสดงสันดานเดิมกันออกมาตั้งแต่เห็นหน้าครั้งแรก คู่พระนางต้องไม่เฟคนิสัย เพราะนางรองหรือตัวอิจฉาจะเป็นคนทำหน้าที่นั้นแทน 
 
จากความผูกพันก็เริ่มเปลี่ยนเป็นความรักใคร่ เกิดปัญหา รับฟัง และร่วมมือกันแก้ไขไปตามเหตุการณ์
 
ที่หนักและหน่วงจิตใจของคนดู อยู่ที่ปมชีวิตแต่หนหลังของตัวละครแต่ละตัวค่ะ ว่ามันเกิดจากอะไร เพราะใคร แล้วใครกันแน่ที่น่าจะเข้าข่ายมีอาการทางจิต
 
ไม่อยากบอกเนื้อเรื่องหลักค่ะ เพราะละครเรื่องนี้ต้องติดตามดูเอาเองแบบไม่ข้ามช็อต ทุกเหตุการณ์มันจะส่งต่อไปถึงเรื่องราวแต่หนหลังหรือไม่ก็ภายภาคหน้าได้เสมอ คนทุกคนต่างมีเหตุผลที่ต้องกลายเป็นคนมีอาการทางจิต และก็เพราะบางเหตุผลที่ทำให้คนๆนั้นหายขาดจากโรคจิตค่ะ
 
เป็นละครที่กำลังจะจบลงในอีกสองตอน
 
น้องโด้ในตอนสุดท้ายยิ้มหวานมากกกกกกกกก
 
บางมุมอดคิดไม่ได้ว่า อีตาพระเอกมันเห็นน้องชายในจินตนาการ หรือเห็นนางในฝันกันแน่วะ
 
สรุปก็คือ ถ้าคุณชอบดูละครเกาหลีที่มีเนื้อหาหลักไม่ซ้ำซาก ขอแนะนำละครเรื่องนี้ค่ะ ดูแล้วกลับมาส่องกระจกสำรวจตัวเองบ้างนะคะ ว่าเราเข้าข่ายโรคจิตอ่อนๆแบบไหนไปแล้วบ้าง
 
...ส่วนเราเอง...เคยเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ...

Comment

Comment:

Tweet