อันนี้เอามาจาก Facebook ค่ะ ของคุณ
 

      วันนี้มีเรื่องเล่าให้หายเครียดกับบรรยากาศบ้านเมือง

      แต่คนทำให้หายเครียดกลับไม่ใช่คนไทย กลายเป็นคนต่างชาติไปซะนี่...แปลก ซึ้ง

      แต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง...ถ้ามีฝีมือในการถ่ายทอดพอคงได้เห็นน้ำตาซึมออกมา

      เพราะความปีติอีกครั้ง...ตามมาครับ

 

      เมื่อวันก่อน พอดีมีโอกาสต้อนรับนักธุรกิจชาวอังกฤษหนึ่งท่าน

      ที่มาตามงานที่เขาสั่งผลิตเอาไว้.. ตามภาษาคนทำธุรกิจเลยต้องรับขับสู้ให้ดี

      ที่สุดเพื่อโชว์ความเป็นคนไทยที่มีน้ำใจ.... เรื่องมันเกิดขึ้นบนโต๊ะอาหาร

      มื้อค่ำครับ....เราก็ทานกันไปตามปรกติมาอีตอนท้ายๆการสนทนาครับ...จำได้ว่า

      เราคุยกันเรื่องการลงทุนนี่แหละครับ...อยู่ดีๆฝรั่งตาน้ำข้าวก็พูดขึ้นมาว่า...

 

      "คุณรู้ไหมทำไมคนต่างชาติหลายๆประเทศทำไมตัดสินใจมาลงทุนที่เมืองไทย "..

      เราก็ตอบไปตามสไตล์คนอยากรู้ว่า ...ไม่รู้ เข้าทางฝรั่งเลยครับ

      เขาพูดขึ้นมาว่า

      "ส่วนมากแล้วจะประเมินกันว่าแรงงานประเภทงานฝีมือคนไทยมีศักยภาพสูงสุดในแถบ

      เอเซีย สูงกว่าญี่ปุ่นเสียอีก ตอนนี้จะพอมีใช้ได้ก็เวียดนาม

      แต่ไม่กระตือรือล้นเท่าที่ควรจึงยังห่าง".... แต่นั้นไม่ใช่เหตุผลหลักนะครับ

      เพราะสิ่งที่นักธุรกิจคนนี้พูดต่ออกมาคือ..... "แต่ปัจจัยหลักที่พวกเขา

      ตัดสินใจมาลงทุนที่เมืองไทยเป็นเพราะ "ในหลวงฯ"

      เริ่มอึ้งไปชั่วขณะเพราะงง..จึงถามกลับไปว่าทำไมจึงเป็นเพราะ ในหลวงฯ...

      มาฟังคำตอบชัดๆเลยครับ..

 

      "ก็เพราะประเทศคุณมี king of king...(แปลไม่ถูกเพราะหัวใจมันพองโตขึ้น

      มาในทันใด)... พวกเราเป็นที่รู้กัน มาตลอดว่าประเทศไทย

      ไม่ว่าจะมีเรื่องเลวร้ายแค่ไหน มันจะผ่านไปได้ทุกครั้ง

      แม้นกระทั่งความรุนแรงหรือความแตกแยกทางความคิดใดๆ หากเกิดขึ้น...

      เพียงในหลวงฯของคุณบอกให้ จบทุกอย่างจะจบ ด้วยความสงบสันติ"...

      แล้วผมก็ถามกลับไปว่าตอนนี้เรายังมีปัญหาอยู่เลย..เขา ตอบกลับทันทีว่า

      "เรื่องการจราจลเผาเมืองที่ผ่านมาเขาตามข่าวมาตลอดด้วยความเป็นห่วง

      แต่ที่แปลกใจก็คือครั้งนี้ในหลวงไม่ออกมา

      แต่นั้นทำให้เขารู้ว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นครั้งนี้

      ไม่ใช่เรื่องความ"แตกแยก"แต่เป็นเรื่อง"การเมือง"

      ในหลวงฯจึงไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว".........จบตอนนี้ผมอึ้ง ทึ่ง

      สมองสั่งการให้เห็นแสงสว่างขึ้นมาทันทีว่า..จริงด้วยเราหลงทางหรือเปล่าที่คิดว่าเราแตกความสามัคคี

      จริงๆแล้วเป็นเรื่องการเมือง

      ของคนเลวๆกลุ่มหนึ่งเท่านั้น....คิดได้เท่านั้นทุกอย่างก็หยุดลง

      เพราะคำว่า"ในหลวง"ที่มีคุณูปการมากมายที่มีต่อ คนไทยจน

      คนไทยอย่างเราเองคาดไม่ถึง

      นึกไม่ถึงว่าคนต่างชาติมาลงทุนบ้านเราเพราะพระบารมีของพระองค์...ผมกับคุณ

      พ่อเริ่มออกอาการ

      ซึมเพราะมันรู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูกเวลานั้น.....

      ทุกอย่างแห่งความซาบซึ้งน่าจะจบลงตรงนั้น แต่แล้ว..น้ำตามันซึมออกมาเองอีก

      ครั้ง...เมื่อตอนคนมาเก็บเงินค่าอาหาร...

      ในตอนที่เอาเงินส่งให้พนักงาน...ฝรั่งคนเดิมพูดขึ้นมาอีกว่า....

      "คน ไทยนี่โชคดีจริงๆนะ จะอยู่ที่ไหน จะทำอะไร

      มีในหลวงฯคอยติดตามเฝ้าดูอยู่อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา"....ผมกับพ่อหันไปมอง

      คราวนี้พ่อผมถามเองเลยว่า..คุณรู้ได้อย่างไร

      เขาตอบกลับทันทีเลยว่า...."ก็ผมเห็นธนบัตรไทยมีรูปในหลวงฯของพวกคุณอยู่

      ทุกๆใบแม้นกระทั่งในเหรียญที่มีค่าน้อยที่สุดถึงมีค่ามากที่สุดในธนบัตร

      เห็นเป็นอย่างนี้มาหลายสิบปีแล้ว ดังนั้นเวลาคนไทยไปไหน

      ในหลวงฯจะอยู่กับคนไทยตลอดเวลา ไม่เคยห่างกัน ผมยังสงสัยเลยว่า

      ทำไมรัฐบาลคุณไม่พิมพ์คำว่า.. "เรารักในหลวง"

      ลงไปในธนบัตร.."..ทั้งผมทั้งพ่อน้ำตากลั้นไม่ไหวจริงๆครับ

      มันซึมออกมาแบบไม่อายเลย น้ำลายมันก็กลืนไม่เข้าเวลานั้น....."เท่ห์"

      มากครับที่เกิดเป็นคนไทย หัวใจมันพองโต จนรู้สึกว่าตายกี่ชาติต่อกี่ชาติ

      ขอให้ได้เกิดเป็นคนไทยทีเถิด....ส่งแขกเสร็จกลับบ้านกับพ่อสอง

      คน..ตลอดทางไม่พูดกันซักคำ ต่างคนต่างเงียบ

      ผมก็ได้แต่นั่งคิดถึงคำพูดไอ้ฝรั่งคนนี้มาตลอดทาง

      มันเป็นความสุขที่ได้รับแบบคาดไม่ถึงจริงๆครับ

      ....พอถึงบ้านจอดรถให้พ่อลงที่หน้าบ้านเห็นแม่มายืนรออยู่...พอพ่อลงรถคำแรก

      ที่พ่อพุดกับแม่คืด..ถามลูกมันดูซิว่า

      แกรรี่เค้าพูดถึงในหลวงว่ายังงัย.....จบครับ

      เป็นอันว่าตลอดทางที่กลับบ้านพ่อผมคิดถึงแต่เรื่องในหลวงฯแน่นอน.....

      เรื่อง ทั้งหมดที่เล่าคงอธิบายความรู้สึกที่อยากจะถ่ายทอดทั้ งหมดไม่ได้

      แต่อยากแบ่งปันครับ.... แบ่งปันให้พวกเราเก็บเรื่องดีๆนี่ไว้ในความทรงจำ

      เพื่อแบ่งปันกันต่อจากรุ่นสู่รุ่น...ไม่น่าเชื่อนะครับว่า

      คนอื่นมองเห็นเราชัดเจนกว่าตัวเราที่เป็นคนไทยซะอีก...คำว่า

      เป็นเรื่อง"การเมือง"

      ไม่ใช่เรื่องความ"แตกแยก"....อาจเป็นคำตอบให้คนไทยกลับมาคิดทบทวนกันอีก

      ครั้งว่า..เราแตกแยกกันจริงหรือ..เพราะเรามีพระมหากษัตริย์ที่ประเสริฐที่ สุด

      จนคนทั้งโลกยังอิจฉาแต่เราบางคนกลับมองไม่เห็น......เพิ่งรู้

      และสัมผัสกับคำว่า

      หัวใจพองโต...มันคับฟ้าคับแผ่นดิน..จริงๆนะครับ..ที่สำคัญคือ..การที่รู้สึกแบบนี้ได้เป็นเพราะ..ผมเป็นคนไทย

      ที่มีพระมหากษัตริย์ที่ประเสริฐที่สุดเป็น

      "พ่อของแผ่นดิน"..พระองค์ฯต้องอยู่เป็นมิ่งขวัญให้คนไทยทั้งแผ่นดินตลอดไป

      ....จริงไหมครับ..????
 
 
 
 
 
.....ขอยกมาทั้งบทความ ขอบคุณค่ะ......